Ninja 250 Thailand
พฤศจิกายน 22, 2014, 04:21:57 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: www.Ninja250Thailand.com สังคมของผู้ใช้ Ninja250R ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
 
 หน้าแรก    เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

Sponsor Sponsor

Sponsor Sponsor Sponsor

Sponsor Sponsor Sponsor

หน้า: [1] 2 3 ... 10
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ขออนุญาตเลี้ยวขวาครับ  (อ่าน 24189 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
EmergencyRoom6Nurse
Ninja User
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 101


คาถาสันติสุข : สวัสดีครับ ไม่เป็นไรครับ ขอโทษครับ.


« เมื่อ: เมษายน 21, 2008, 09:24:16 AM »

ขออนุญาตรบกวน เพื่อน ๆ คอ Ninja 250R เลี้ยวขวาหน่อย เนื่องจาก อยากฟังคุณไพบูลย์วิจารณ์ถึง Kawasaki ER-6N ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 21, 2008, 05:08:27 PM โดย EmergencyRoom6Nurse » บันทึกการเข้า

เพียงเธอหลับตาเท่านั้น ฉันจะกลายเป็นเทพบุตรในใจเธอทันใด แล้วฉันจะหลับตาเพื่อให้เห็นเธอเป็นนางฟ้า แต่แล้วก็ต้องตื่นโดยพลันเพราะคนตรงหน้าฉันไม่เปลี่ยนไป (เฮ้อ! มีที่ไหนจะหลบมันได้มั่งว๊อย หลอนทั้งหลับและตื่น)
Webmaster
Administrator
Ninja User Full Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 222



อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 22, 2008, 08:24:29 PM »

น่าขี่ดีครับ er6n ... ยิ่งตัว z1000 นะ ;)
บันทึกการเข้า
Paiboon Dokmai
Ninja User Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1474



อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 23, 2008, 02:10:54 AM »

ยาวๆๆ ไอหมอนี่ยาว ราคา 280,000 ผมชอบนะ พอเห็นราคา(ซื้อใหว)กิเลสก็ขึ้น

ผมพอมีประวัติกิเลสกับ ER6n อยู่พอประมาณ.. รถรุ่นนี้ออกราว สิงหา-ตุลา ปี2005 ผมเห็นครั้งแรกในเว็บ kawa EU เป็นรถที่เกิดในยุโรป คอนเซ็ปคือ "Essential Sport" แปลเป็นไทยก็รถสปอร์ตโฟมล้างหน้า เอ๊ย.! "รถสปอร์ตธรรมชาติ" ฟังคอมเช็ปแล้วมาดูรถก็เข้าใจได้ไม่ยาก มันถูกออกมาให้ขี่ง่ายแต่สปอร์ต คือถ้าอยากสปอร์ตแบบสบายๆก็ขี่ER6สามารถขี่ได้ทันทีไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก  แต่ถ้าอยากสปอร์ตแบบทรมารก็ให้ไปขี่ZX-6/10Rซึ่งรถมันบังคับให้รับต้องปรับตัวเข้าหามัน พอเห็นแบบนี้ช่วงนั้นER6เข้าตามากเลย มีความแปลกดีพอประมาณ... ราวๆเดือนมีนาปี 2006 ตอนนั้นผมยังมีZX-9Rแลมแอร์  ก็ขับฝ่ากรุงเทพจากบางปิลุยไปเจริญผล ออกจากอพาสเมต์ตอน 8 โมงเช้าไปถึงที่หมายเวลา 10 โมง โอโห..ติดม๊ากๆ (ถ้ากลับทิศทาง 10 โมงนี้ผมขับถึงพัทยาไปไหนๆแล้ว) ก็ด้วยความยากได้ก็เลยลุยไป ถึงที่ก็เข้าร้านมอไซค์ร้านหนึ่งแถวๆนั้น (เดากันเองนะว่าร้านอะไร) ไปแสดงความประสงค์ว่า "อยากให้นำเข้า ER6 รถใหม่ ราคาเท่าไหร บอกมา" เถ้าแก่น้อยประจำร้านก็บอกว่า "สั่งเข้ามาแพงนะพี่ ผมเห็นพี่ชอบคาวาทำไมพี่ไม่เทิร์นzx-9แล้วเอารถร้านผมZX-12R ปี 2002 ผมขายพิเศษให้พี่เลย 3แสน8 แถมท่อแอโร ยกชุดแต่ไม่มีเบียน.." เออนะ ZX-9R ตรูมีทะเบียนดีๆ เมิงจะให้ตรูเทิร์นแล้วเอารถไม่มีทะเบียนมาขี่..ซะงั้น ขนาดเทิร์นยังคิดตรูเกือบ4แสน ถ้าเอาก็โง่ไปมั๊ง.! ผมก็แจ้งไปว่าทำราคานำเข้ามาER6ให้ผมหน่อยเถอะอยากได้ แล้วก็ออกจากร้าน... หลังจากนั้นเวลาผ่านไป 1 วัน เถ่าแก่น้อยก็โทรมาหาผม บอกว่าสั่งนำเข้ารถใหม่ ER6 ต้องเข้าจากอังกฤษ ไม่มีทะเบียน ขอคิดราคา 5แสน5หมื่น และขอให้จ่ายก่อน 50% ผมฟังจบก็ say แท๊งกิวแอนท์กุ๊ดบาย ตรูไม่ซื้อเมิงหรอกแพงโคตร กำไร 2 เท่าคันได้..อายบร้า

จากวันนั้นผมก็จำมาว่า Er6 ใหม่ขายไทยมันเกิน 4 แสนแน่นอน ไม่รวมทะเทียน

จนมาถึงมอเตอร์โชว์ปีนี้ เจอผู้บริหารดูด"เซ็นซะ"พูดง่ายเลย ขายทุกรุ่น เริ่มขาย มิ.ย นี้ ER6 ราคา 2แสน8หมื่นบาท... ว๊าว กิเลสพุ่ง (แค้นไอ 5แสน5จังเลย  ดีนะตรูชอบกินปลาทูน่า) แต่นาทีนั้นยอมรับว่าสบตา Ninja 250R แล้วได้รักใหม่ ส่วน ER6 นั้นไปเข้าตาพี่ชายผมแทน(วันนั้นพวกผมไปเที่ยวกันสองคนกับรุ่นพี่รุ้นน้อง) ผู้พี่ผมชอบมาก พี่ผมประกาศก้องแผ่นดินนี้ว่า "มันเท่านั้นคือ สัตย์-จะ-ธรรม แห่งมอเตอร์ไซต์" ไม่อาจมีbigbikeคันใดจะให้ความรู้สึกของมอเตอร์ไชค์แก่พี่ชายผมได้ มีแค่ER6เท่านั้นที่ทำได้... มันคือความยิ่งใหญ่ที่ผู้ชายสูง160เซ็นติเมตรขี่มันได้ "แล้วตีนถึงพื้น" มันก็ชัดตรงตีนถึงพื้นนี่ล่ะ เพราะรถคันอื่นพี่ผมขี่แล้วตีนลอย มันคือ Bigbike คันแรกที่แก่ขี่แล้วเหยีบพื้นเต็มเท้า พี่ผมบอกว่ามันให้ความหวังมาก ไม่งันแกคงได้ขี่ksrไปตลอดชีวิต ก็สังขารไม่ให้รถมันใหญ่กว่า

ก็จริงๆ ER6 เล็กสุดในบูต ขี่วิคเตอร์ได้ก็ขี่ER6สบาย(อวบกว่านิดหน่อย) มันเป็นรถที่น่ารักนะ ไม่มีอะไรโหดร้ายเลย สวยอย่างเดียว เป็นมิตรสูง ผมสังเกตุว่าผู้หญิงในงานชอบมัน... ถ้าให้ผมวิจาร์จากการที่ได้ขี่นิ่งๆครั้งเดียวจากมอเตอร์โชว์ ความรู้สึกเมื่อได้ขี่มันนั้น แตกต่างจาก Ninja อย่างชัดเจน มันจะไปคล้ายกับ GTS1400 มากกว่า ขี่ง่าย ท่าทางสบาย ขี่ได้แบบไม่ต้องใช้ความพยายาม แค่จับแฮนด์ปุ๊บก็ขี่ได้เลย แต่ถ้าเป็นพวก ZX-10/6 หรือนินจา250พวกนี้ก่อนขี่ต้องหาหลักให้ดีๆก่อน จากนั้นจับแฮนด์ให้แน่น แล้วยกขาให้สูงที่สุดในชีวิต แล้วจึงคล่อมมัน เมื่อขึ้นไปคล่อมพวกมันได้แล้วก็ให้คิดว่าถังน้ำมันเป็นหมอนข้างที่บ้านที่น่ากอด เพราะถังมันใหญ่โตและจะอยู่คู่คุณตลอดการเดินทาง...คิดให้มันสบายเข้าไว ฮ่าๆ

ER6 ขี่ง่ายกว่าเยอะ ตัวรถก็แคบ ที่ว่างเท้าก็ต่ำ ถ้ามันเล็กลงหน่อยนึง ก็คงเหมือนขี่คาวาcheerนั้นล่ะ (ไม่เหมือน kaze นะ เพราะ cheer ใหญ่และหนักกว่า) แฮนด์ของ ER6 อยู่ใกล้คนขับ ไม่ต้องเอื่อมมือเพื่อไปจับมัน เทียบไม่ได้กับninja250ซึ่งแฮนด์มันใกลกว่า ซึ่งเมื่อเราก้มไปจับแฮนด์สองมือแล้ว น้ำหนักจะถ่ายลงมือจนรู้สึกปล่อยมือไม่ได้ เพราะถ้าปล่อยมือแล้วหน้าจะทิ่มไปนาบบนถังน้ำมัน แต่ ER6 สบายๆอยากจะปล่อยมือก็ปล่อย เพราะสมดุลร้างกายของเรายังคงนั่งอยู่บนเบาะ ไม่ได้ทิ้งตัวไปที่แฮนด์ อีกทั้ง ER6 ก็ไม่เหมือน CB400 ถึงมันจะเป็นรถเปลือยทำนอนเดียวกัน แต่CB400ปกติ(ไม่แต่ง)แฮนด์จะอยู่ไกลกว่า ที่พักเท้าCB400 ก็สูงกว่า ความรู้สึกของ CB400 จะก้างๆกว่า ซึ่งพูดอย่างนี้ในมุมมองของคนชอบCB400แล้ว เจ้าER6จะเป็นเด็กเล่นกว่าเยอะ ฝ่ายคนชอบER6ก็คงบอกว่า"ฉันไม่ได้บ้าพลัง แบบพวกแก่" อันนี้ก็แล้วแต่คนจะชอบกันไป ถ้าเทียบความทันสมัยแล้ว ER6 ทั้นสมัยกว่า CB400 เยอะ ถึงไม่มี Vtec ก็เถอะ... จริงๆเทียบว่ามันทันสมัยกว่าคงไม่ถูกนัก ER6 มันเป็นรถแฟชันนิครับ แค่กะโหลกรถทรงสามชั้นนี่ก็สวยที่สุดแล้ว ไฟหน้าสองดวงเรียงสองชั้นแล้วทับข้างบนด้วยครอบไมล์ ดูลงตัวสมบูรณ์แบบ ดูดีกว่ากะโหลกของยามาฮาฟรีเซอร์เยอะเลย ส่วนอย่างอื่นอย่าเอามาเทียบแฟชันกับ ER6 ไม่มีใครสู้ได้หรอก สวิงอาร์ธรรมดาไม่มียูนิแทรกแต่วางโช๊คไม่ธรรมดา ซึ่งมันก็ดูไม่ค่อยดีนัก เพราะโช๊คไม่ได้ว่างในจุดที่สมมาตรกับสวิงอาม เพราะโช๊ควางต่อแนวแขนแฟรมด้านขวา อย่างนี้จะเกิดแรงเครียดที่สวิงอาม ผลก็คือ ลูกปืน+ลูกหมากที่ดุมสวิงอามจะไม่ทนทาน  แต่เขาออกแบบมาให้เท่..ทำไงได้  ความเจ่งสุดอย่างสุดท้ายคือท่อไอเสีย ปลอดภัยกับคนซ้อน จะไม่โดนไอเสียท่อลวกขา100% เพราะปลายท่ออยู่ใต้ท้องรถ ปลายท่อทำหน้าที่เป็นหม้อพักไปในตัว จะมีข้อเสียร้ายแรง อยู่แค่กรณีเดียว คือ "ลุยน้ำท่วมไม่ได้" จึงไม่เหมาะกับห้วยขวางและร่มเกล้าเป็นอย่างยิ่ง เพราะแถวนั้นท่วมทีนึงมิดดุ่มล้อ  ถ้าจะไม่ถูกใจก็คงหาท่อสูตรจ๊าบๆมาเปลี่ยนไม่ได้ แต่มันมีท่อสูตรของ arkapovic นะ อย่างไงก็ตามเปลี่ยนท่อแล้วก็เหมือนไม่ได้เปลี่ยน เพราะมันรูปทรงเดิม คงหวังได้ที่เสียงท่อกะหึ่มขึ้น อย่างอื่นก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษแล้ว ER6 คงเป็นรุ่นเล็กสุดที่มีไมล์ดิจิตอลติดมาให้

เครื่องสองสูบ 649cc ก้านยาวๆ กำลังอัดธรรมดาๆ มี 72 แรงม้า/8500รอบ แต่แรงบิดเยอะ 6.7kg-m/7000รอบ ดูแบบนี้แล้วมันเป็นเครื่องรอบต่ำ แต่ให้แรงบิดดีมากๆ ให้แรงบิดดีกว่า ZX6R เสียอีก (6.7Kg-m/11700รอบ) ฉะนั้น ER6 เป็นสปอร์ตแรงบิดซึ่งเป็นแนวเดิมของคาวา แบบว่าถ้ายากแรงจริง ก็ต้องอัดรอบมันให้สุดที่ละเกียร์ไปเลย (ทำอย่างนี้CB400หนาว)   แต่ถ้าเจอกรณีต้องเบาๆเร่งๆแบบสนามแข่งไทยแลนด์เซอกิทนครชัยศรี ที่ต้องเจอโค้งสั้นๆต้องอัดสลับเบาบ่อยๆ กรณีER6คงขอแค่ขับสบายๆกินลม  ซึ่งCB400จะเก่งกว่าเรื่องจัดจ้าน(แดกน้ำมันเนี่ยเก่ง) แต่เมื่อออกจากสนามแข่งขับกลับกรุงเทพเข้าเส้นพุทธมนฑลหรือพระราม2 เมื่อไหรล่ะ CB400 หนาวรอบสอง

ว่าๆไป ZX-9R คันเก่าผมก็แนวนี้นะ คาวาถ้าเราไม่นับ ZX-6/10 รุ่นอื่นไม่มีจัดจานเลยจะถนัดแบบระห่ำอัดมันที่ละเกียร์มากกว่า ZX-9Rพลังมหาศาลถล่มทลาย 0-100 อย่ามาพูดเพราะยังไม่มีความรู้สึก ต้อง 0-200 ถึงจะรู้สึกตัวได้ สมัยก่อนคาวาจะเก่งเรื่อง"เร็วได้ไว" เร่งนิดก็เร็วแล้ว 0-100 ขับประจำวันนี้หายห่วง บนไฮเวย์คาวาจอง..แต่เข้ากลางเมือง รถstyleนี้จะอึดอาด เลยเสร็จพวก 900RR/R6/R1/TL1000 พวกนี้ขับในเมืองรถเบาอย่างปุยนุ่น ส่วน ZX-9R ในเมืองจะขี่กระสอบข้าวสาร ขับนุ่มๆไปเรื่อยๆ  ในขนะที่ R1 จะปราดเปรียวกว่า เวลารถติดเราจะเห็นพวกR1นี่ล่ะ เบรกหัวทิ่มหัวต่ำ เด็งหน้าเด็งหลังอยู่บ่อยๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องแปลกของคาวานะ รถคาวาจะเซ็ตช่วงล่างจากโรงงานมาดีกับใช้งานบนถนน  ถึงจะเบรกหรือเร่งแรงแล้วหยุดสั้นๆ มันจะไม่เกิดอาการเด็งหน้าเด็งหลังแบบคนอื่น โค้งยาวๆอัดมันส์ไม่มีดื่อ แต่ซอกแซกไม่ได้เรื่อง 555

ผมก็คิดว่า ER6 มันก็น่าจะ Style เดิมของคาวา แรงด้วยแรงบิด เร่งดี-แซงขาด เครื่องยนต์ได้กำลังที่รอบไม่สูงมาก หมายความว่าเราสามารถลากเกียร์ไปเลี้ยงที่รอบแรงม้าได้เลย แล้วก็เปลี่ยนระดับเกียร์รักษารอบเครื่องให้คงที่รอบกำลังนั้นเอาไว้ เสียงเครืองยนต์จะ "หึ่ม..หึ่ม..หึ่ม..หึ่ม"  ซึ่งถ้าเป็นพวกได้แรงม้าในรอบสูงๆแบบ 11000 รอบ เราจะลากเกียร์ไปเลี้ยงรอบที่สูงขนาดนั้นตลอดเวลาไม่ไหว เพราะความเร็วคงสูงเกินไป หรือไม่งั่นเครื่องยนต์คงมีอาการรอบขึ้นลงวูบวาปให้หวาดเสียด เสียงเครื่องก็จะเป็น "แว๊น..วืด..แว๊น..วืด" ถ้าชอบเสียงมีพลัง ER6 ไม่เป็นรองแน่นอน

รถสปอร์ตแรงบิด ถ้าจะขี่ให้มันส์ต้องขี่แบบรถวิบาก ใช้เกียร์ให้เต็มรอบเครื่องยนต์ พอรอบขึ้นจนสุดค่อยเปลี่ยนเกียร์แล้วก็อัดต่อไปให้สุด ทำไปแบบนี้ไปทุกเกียร์ แค่เกียร์สามก็เกิน 100km/h แล้ว อัดแบบนี้จะได้กำลังมาเต็มร้อยตลอดเวลา เสียงท่ออาจไม่ดังเท่าCB400 แต่เสียงเครื่องอลังการแน่นอน มันส์ไปอีกแบบนึง (พวกแนวอัดเกียร์จนสุดที่ละเกียร์ KSR ก็ทำได้ดีนะ) เมื่อเราใช้รอบแรงม้าได้ง่ายๆ ก็ใช้รอบมันให้เต็มที่ไปเลย เครื่องER6ทำมาให้เราใช้งานแรงมาได้หมดทุกตัวและทุกเวลา นี่น่าจะเป็นจุดเด่นของมัน ... (พวกรถรอบจัดจะได้แรงม้าครบต้องไปเกินหมื่น ซึ่งขับขี่ปกติประจำวันจะลากไปหมื่นมันก็ทำไม่ได้ทุกครั้ง อย่าง ZX-9R ลากๆปกติก็ได้ใช้แค่ 8000-9000 เกินนี้ก็จะเร็วเกินไป  ZX-9R ลากเก้าพันรอบที่เกียร์สาม มันก็ไป160km/hแล้วนะ ขับในเมืองไม่ได้..ชนตายพอดี )


จิงๆผมก็มีความไม่ชอบ ER6 มันเหมือนกัน..แต่เล็กๆน้อย คิด รู้สึกว่ามันไปเรียนแบบมอไซต์อิตาลีของสำนัก Bimota รุ่น Tesi 2D  (ปัจจุบันมาถึง 3D แล้ว) เจ้า Tesi เป็นมอเตอร์ไซค์มหัสจรรย์งานออกแบบคันนึง มันอยู่ในลำดับที่ 1 หรือ 2 ในการออกแบบที่ดีที่สุดในโลก มันเป็นต้นแบบของรถมอไซค์ที่ใช้ "สวิงอามล้อหน้า" มันไม่มีตะเกียบหน้า กันสะเทือนหน้าเป็นสวิงอาม บังคับเลี่ยวด้วย"แขนมือลิง"เทคนิคเดียวกับรถยนต์เลย มันเป็นงานฝีมือของคนทำมอเตอร์ไซค์... ซึ่งผมว่าคนออกแบบ ER6 คงมีโปสเตอร์ของ Tesi อยู่ในห้องนอนแน่ๆเลย... (ถึงใครอาจดูไม่เหมือน แต่ผมว่ามันมีส่วนเรียนแบบแน่นอน)


แล้วถ้าถามผมว่าอยากได้รุ่นไหน Ninja250R หรือ ER6n ...? ตอบโดยส่วนส่วนตัวนะครับ อยากได้รถที่ใกล้เคียง ZX-10/6R  มากกว่า ซึ่งผมว่า Ninja250R ใช่เลย และด้วยราคาที่ต่างกันเกือบหนึ่งแสนบาท และผมคิดว่าถ้าเอาเงินหนึ่งแสนบาท มาแปลงเจ้านินจา250มันคงได้อะไรงดงามมาก 

อืม...ถ้าให้ผมคิด หนึ่งแสนบาททำอะไรกับ นินจา250 ได้บ่างหว่า.?
- ซื้อท่อ/ปลายท่อ ให้นินจา250 สัก 15000 บาท
- ถอดเครื่องมาปาดเสื้อสูบออกสัก 1มิล (คงน่าจะปาดได้นะ) โรงกลึ่งเซียนๆไม่เกิน 2000 บาท
- หัวเทียน เข็ม NGK สองหัวสัก 3000 พันบาท
- โช๊คคู่หน้า+ล้อหน้า+บังโคลน+ยาง ของ ZX-6R น่าจะไม่เกิน 8 หมื่น
- ทำตุ๊กตายึดโช๊คหน้าใหม่(แปลงให้ยึดโช๊คคอได้) ราวๆ 5 พัน
- กันคอสบัดวางบนตุ๊กตา Ohlins ราวๆ 8 พัน
- แปลงมือจับแฮนด์ใหม่ เพราะต้องจับกับโช๊คใหม่ ไม่น่าเกิน 3 พัน
- แปลง LED ไฟท้าย ทำเองไม่เกิน 500 บาท
รวมแล้วราวๆ 116,500 บาท  ราคานี้ไม่รวมค่าแรงและลงมือแต่งรถด้วยตัวเอง บวก/ลบ คงไม่เกิน 1แสน3 เมื่อทำเองหมด ถ้าได้ดีก็คุ่ม รถฉันไม่ซ่ำใคร...คนอื่นซิจะทำตาม

ไม่แน่นะตัวจริงออกมาก่อนเถอะ อาจเปลี่ยนใจ ไม่แน่นะ เงิน 150,000 บาท ดาว์น ZX-10R กำลังพอดีเลย  แล้วขาย Toyota ตูดเป็ดส่งค่างวด ZX-10R ฮ่าๆๆๆ

ดูการเงินส่วนตัวก่อนก็แล้วกัน เอาที่ไม่เกินตัวล่ะ มันก็สวยได้หมดล่ะครับ สนุกกว่าด้วยเพราะไม่เครียดไฟแนนท์

โชคดีได้นินจาขี่ ทั่วหน้า...

ปล.. วิจารณ์ นี้ได้มาจากการดูสเปค กับขี่รถนิ่งๆ และใช้ประสบการณ์จากรถตัวเอง กับยกกรุที่เคยขับรถใหญ่คาวามาหลายรุ่น เมื่อของจริงออกขาย อาจไม่เหมือนที่วิจาร ... อย่าสนใจคำวิจาร ถ้าชอบจริง ไม่เกินตัว ก็ซื้อไปเลย ถ้าไม่ดีเดี๊ยวแต่งเอา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 23, 2008, 04:22:31 AM โดย Paiboon » บันทึกการเข้า

ชีวิตไร้มูลค่า  คุณค่าให้อื่น
วันค่ำไม่คืน  ยันยืนเพียง"ธรรม"

ชีวิตสั้นนิด หยุดคิดรูปกรรม
บุญดีรีบทำ ไม่พ้นธรรมเกวียน

กลอนสี่ ไพบูลย์ แต่ง - สาธุ สาธุ สาธุ....
Paiboon Dokmai
Ninja User Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1474



อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: เมษายน 23, 2008, 02:42:43 AM »

ต่อไปนี้ คือรูปฝาก

เป็น ER6 แต่เวอร์ชัน F ติดท่อ Akrapovic


* er6n-akra.jpg.jpg (66.51 KB, 800x496 - ดู 4643 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 23, 2008, 03:23:03 AM โดย Paiboon » บันทึกการเข้า

ชีวิตไร้มูลค่า  คุณค่าให้อื่น
วันค่ำไม่คืน  ยันยืนเพียง"ธรรม"

ชีวิตสั้นนิด หยุดคิดรูปกรรม
บุญดีรีบทำ ไม่พ้นธรรมเกวียน

กลอนสี่ ไพบูลย์ แต่ง - สาธุ สาธุ สาธุ....
Paiboon Dokmai
Ninja User Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1474



อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: เมษายน 23, 2008, 02:46:40 AM »

คันที่สอง Bimota Tesi 2D รถคันที่ผมคิดว่า ER6 มีส่วนขอยืมไอเดีย

Bimota Tesi 2D
- เปิดตัว ปี 2004
- ทุกชิ้นส่วนทำขึ้นด้วยมือ เรียกว่าประกอบมือ 100%
- ราคาเมื่อเปิดตัว 45,000 $
- ราคาปัจุบัน 55,000 - 60,000$ ตามสภาพ และการตกแต่ง
- เครื่อง Ducati 900cc แต่ใช้ฝา 2 วาล์วต่อสูบ (ดูคาติ สงวนฝาเดสโมทวินแคม 4 วาล์วต่อสูบ ไว้เฉพาะรถตนเอง)


ลองสังเกตุความคล้ายนะครับ
- ไฟหน้า 2 ดวง ซ้อนสองชั้น บนโคมไฟ ตืดตั้งเรื้อนไมล์
- ทำแหน่งท่อไอเสีย
- วิธียึดโช๊คแบบไม่สนมาตร ที่ใช้วิธียึดตรงเข้ากับแฟรม ข้างใดข้างหนึ่ง
- Tesi 2D ออกก่อน และมีข่าวการออกแบบก่อนหน้านั้นอีกรวม 3 ปีได้ กว่าที่ ER6n จะออก

อิ.. ER6 ดีกว่าตรงที่ขาย 2แสน8 แต่ Tesi 2D ราคาร่วม 2ล้าน ฮ่าๆ


* 03.jpg (97.81 KB, 700x525 - ดู 4621 ครั้ง.)

* 04.jpg (101.74 KB, 700x525 - ดู 4751 ครั้ง.)

* 12.jpg (95.17 KB, 700x525 - ดู 4649 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 23, 2008, 03:15:33 AM โดย Paiboon » บันทึกการเข้า

ชีวิตไร้มูลค่า  คุณค่าให้อื่น
วันค่ำไม่คืน  ยันยืนเพียง"ธรรม"

ชีวิตสั้นนิด หยุดคิดรูปกรรม
บุญดีรีบทำ ไม่พ้นธรรมเกวียน

กลอนสี่ ไพบูลย์ แต่ง - สาธุ สาธุ สาธุ....
Paiboon Dokmai
Ninja User Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1474



อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: เมษายน 23, 2008, 02:51:33 AM »

ไหน ผม อัพรูปของ Tesi แล้วก็เอาให้ครบทุกรุ่น

คันนี้คือ Tesi 3D รุ่นล่าสุด
- จำหน่าย ปี 2008
- ราคา 40,000 $
- เครือง ดูคาติ ลูกใหม่ 1079cc แต่ยังคงเป็น 2 วาล์วต่อสูบ

Tesi 3D ปรับปรุ่งเรื่องน้ำหนักรถ สวิงอามใหม่ ย้ายโช๊คหน้าไปไว้ใต้ท้องรถ สวิงอามและแฟรมลดต่ำลง ศูนย์ถ่วงของรถจึงต่ำลงด้วย ส่วนท่อไอเสียออกแบบให้เลื้อยอยู่ในโครงแฟรม

ราคานี้ยังไม่รวมอุปกรณ์แต่งเครื่อง รถ Bimota เน้นทำที่ตัวถัง ส่วนเครื่องลูกค้าจะเอาไปแต่งเอง เครื่อง ดูคาติ ชุดแต่งเพียบและแพงทุกชิ้น คนซื้อรถยี้ห้อนี้ก็รวมไม่ธรรมดาแล้วล่ะ
มีที่ search ใน Yahoo แต่ง Tesi 3D ใส่ฝาสูบเดสโมทวินแคม, เปลี่ยนเสื้อสูบเซรามิก, หัวฉีดใหม่ ท่อไอดี 60มม, เคลมแรงม้า 240แรง, แผ่นคลัทคาบอน, ระบบคลัทอิเล็กทรอนิกส์ ใส่เกียร์ได้ไม่ต้องบีบคลัท, จานเบรก+ผ้าเบรกคาบอน, กะทะล้อคาบอน, รวมทั้งคันหนัก 143Kg (เบากว่านินจา250อีก) ประกาศขายแพงโคตรพ่อโคตรแม่แพง 100,000$ โอ้..ว๊าว ราคาไทยไม่รวมภาษี 3ล้านกว่า

สังเกต.. ในรูปจะเห็นว่าชิ้นแฟรมที่อุ้มเครื่อง ยังเห็นรองรอยของดอกกลึง ของเครื่องมิลลิ่งอยู่เลย ยืนยันดิบๆว่าทำมือ


* tesi3d_03.jpg (113.97 KB, 700x525 - ดู 4510 ครั้ง.)

* tesi3d_05.jpg (116.15 KB, 700x525 - ดู 4470 ครั้ง.)

* tesi3d_08.jpg (98.32 KB, 800x600 - ดู 4437 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 23, 2008, 03:20:39 AM โดย Paiboon » บันทึกการเข้า

ชีวิตไร้มูลค่า  คุณค่าให้อื่น
วันค่ำไม่คืน  ยันยืนเพียง"ธรรม"

ชีวิตสั้นนิด หยุดคิดรูปกรรม
บุญดีรีบทำ ไม่พ้นธรรมเกวียน

กลอนสี่ ไพบูลย์ แต่ง - สาธุ สาธุ สาธุ....
Paiboon Dokmai
Ninja User Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1474



อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: เมษายน 23, 2008, 02:53:54 AM »

สุดท้าย

Bimota Tesi ตัวแรก หรือ 1D
ถอดแบบมาจากตัวแข่ง 24ชัวโมง จำหน่ายปี 1991-1993
ราคาไม่ทราบ ปัจจุบันเป็นของสะสม


* 1.jpg (100.85 KB, 700x525 - ดู 4387 ครั้ง.)

* bikepics-42946-full[1].jpg (43.31 KB, 529x360 - ดู 4383 ครั้ง.)

* bikepics-42949-full[1].jpg (64.72 KB, 736x377 - ดู 4395 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 23, 2008, 03:05:02 AM โดย Paiboon » บันทึกการเข้า

ชีวิตไร้มูลค่า  คุณค่าให้อื่น
วันค่ำไม่คืน  ยันยืนเพียง"ธรรม"

ชีวิตสั้นนิด หยุดคิดรูปกรรม
บุญดีรีบทำ ไม่พ้นธรรมเกวียน

กลอนสี่ ไพบูลย์ แต่ง - สาธุ สาธุ สาธุ....
EmergencyRoom6Nurse
Ninja User
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 101


คาถาสันติสุข : สวัสดีครับ ไม่เป็นไรครับ ขอโทษครับ.


« ตอบ #7 เมื่อ: เมษายน 23, 2008, 07:54:21 AM »

ขอบคุณมากครับ ดีใจมากครับ ที่ได้ข้อมูลที่คุณไพบูลย์กลั่นประกอบกับความเห็นส่วนตัว ได้รู้รายละเอียดลึกและกว้างมากครับ ทำให้ผมพิจารณาปัจจัยส่วนตัวผมอีกด้าน คือ บ้านผมอยู่แถวย่านบางกระปิ ต้องอาศัย ถ.ลาดพร้าว ถ.รัชดา ทุกวัน ในหน้าฝนอาจจะมีปัญหากับ ER-6N ผมเป็นห่วงอีกอย่างคือ จุดศูนย์ถ่วงของ ER-6N น่าจะด้อยกว่า Ninja250 ทางโค้งฉกาจ เรื่องการแซงผ่านรถขนาดใหญ่ หรือรถบรรทุก ด้วยความเร็ว เนื่องจาก ท่านั่งขับ จะหมอบน้อยกว่า Ninja250 การใช้งานในเมือง ความสูงของมือจับคันเร่ง และกระจกมองหลัง จะเป็นอุปสรรค ในการวิ่งเลนพิเศษหรือไม่ (หมายถึงวิ่งบนเส้นแบ่งเลนบนถนน)
บันทึกการเข้า

เพียงเธอหลับตาเท่านั้น ฉันจะกลายเป็นเทพบุตรในใจเธอทันใด แล้วฉันจะหลับตาเพื่อให้เห็นเธอเป็นนางฟ้า แต่แล้วก็ต้องตื่นโดยพลันเพราะคนตรงหน้าฉันไม่เปลี่ยนไป (เฮ้อ! มีที่ไหนจะหลบมันได้มั่งว๊อย หลอนทั้งหลับและตื่น)
eakapon99(ตาบอล)
Ninja User
Ninja User Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2725


Samurai Team™ ตลกไร้สาระ แต่จริงใจ


อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: เมษายน 23, 2008, 12:10:22 PM »

ขอบคุณพี่ Paiboon ที่ให้ข้อมูลครับ อ่านสนุกมากๆๆ 5 5 5 5
บันทึกการเข้า



ขายแว่น Oakley ของแท้100% ถูกๆ
http://eakapon99.tk/

080 999 7543 บอล
boy
Ninja User Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 214


jenjaruwong@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: เมษายน 23, 2008, 12:20:50 PM »

ขอบคุงง้าบบบบ
บันทึกการเข้า
EmergencyRoom6Nurse
Ninja User
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 101


คาถาสันติสุข : สวัสดีครับ ไม่เป็นไรครับ ขอโทษครับ.


« ตอบ #10 เมื่อ: เมษายน 24, 2008, 03:09:03 PM »

สวัสดี ชาวโลก..

ผมหายไป 3 วันได้แอบมอเตอร์โชว์มาแล้ว จังหวะดีได้คุยกับไวเมเนอเจอร์มาด้วย (อิๆ...เส้นตรู่ใหญ่เฟ้ย) เห็นเขาบอกอย่างนั้นนะ

ข่าวเรื่องการขาย คือ ทุกตัวที่โชว์ในมอเตอร์โชว์ จะนำมาขายหมด โดยมีราคาตามนี้

- 1400GTS ขาย 800,000 บาท
- ZX-10R ขาย 700,000 บาท
- Z1000 ขาย 650,000 บาท
- ZX-6R ขาย 600,000 บาท
- ER-6N ขาย 280,000 บาท
- Ninja 250 R ขาย 150,000 บาท

กำหนดขายทยอยตั่งแต่ มิ.ย.-ส.ค. นี้

(แว๊บด้วยว่า Honda CBR1000 ขาย เมษา สั่งได้ 650,000 บาท)

มีความเป็นไปได้สูงว่า มิ.ย. 250R อาจมาแล้วก็ได้  แต่ที่น่าสนใจคือรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะอย่างหนักแน่นว่ามีขายทุกรุ่น ฟังดูก็อุ่นใจหน่อยว่าจะได้ซื้อจริง

จากราคาตามนี้...เอาเงิน 150,000บาท ไปวางดาว์น ZX-10R ดีไม๊เนอะ...กิเลส ขึ้นอย่างแรง



แปลกใจกับราคาเหมือนกันนะครับ ZX-6R ราคา 600K แต่ ER-6N ราคาแค่ 280K เอง ทั้ง ๆ ที่ ER-6N แรงถึง 650 cc. แต่ ZX-6R เพียงแค่ 600 cc.เอง คุณไพบูลย์ และเพื่อน ๆ มีความเห็นเป็นเช่นไรครับ ?
บันทึกการเข้า

เพียงเธอหลับตาเท่านั้น ฉันจะกลายเป็นเทพบุตรในใจเธอทันใด แล้วฉันจะหลับตาเพื่อให้เห็นเธอเป็นนางฟ้า แต่แล้วก็ต้องตื่นโดยพลันเพราะคนตรงหน้าฉันไม่เปลี่ยนไป (เฮ้อ! มีที่ไหนจะหลบมันได้มั่งว๊อย หลอนทั้งหลับและตื่น)
Webmaster
Administrator
Ninja User Full Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 222



อีเมล์
« ตอบ #11 เมื่อ: เมษายน 24, 2008, 07:17:23 PM »

อ่าน เพลินเลย ...  Cheesy
เรื่องราคาอย่าพึ่งไปซีเรียสครับ .. ผมได้คุยกับผู้บริหารของคาวาซากิแล้ว
แกก็ยังไม่ยอมบอก ผมอยู่ดี ว่าตกลงราคาเท่าไหร่กันแน่ .. ยังไม่ลงตัวหรือไงก็ไม่ทราบได้
ราคาที่ว่ามาทั้งหมด คือราคาโดยประมาณๆครับ  Cheesy ก็อย่าพึ่งซีเรียสครับ ไว้ใกล้ๆจะขาย ก็คงมีราคาที่แน่นอน ออกมาครับ ;)
บันทึกการเข้า
Paiboon Dokmai
Ninja User Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1474



อีเมล์
« ตอบ #12 เมื่อ: เมษายน 24, 2008, 08:19:10 PM »

เรื่องราคา มันก็ตามนี่ล่ะ ผมกลับคิดว่าราคามันไม่น่าเพี้ยนไปจากนี้หรอก ถ้ามันจะเลวร้าย คือ เปลี่ยนใจยกเลิกขายในบางรุ่นอะดิ อันนี้มีความเป็นไปได้มากกว่าอีก..

ถ้าถามว่าทำไม๊ ZX6 มันขาย6แสน แต่ER6ขายสองแสนแปด อันนี้เข้าใจไม่ยาก
เพราะราคาที่เมกา
- Ninja650 หรือ ER-6f ขาย 6499$  (214,500 บาท) ราคาใกล้เคียงบ้านเรา
- Ninja250R ขาย 3499$ (115,500บาท) ราคาก็ใกล้เคียงบ้านเรา
- ZX-6R ขาย 9099$ (300,267 บาท) ราคาถูกกว่าคนละเรื่องกับบ้านเรา
ถ้าจะส่งสัย ทำไม๊ ZX-6R บ้านเราขายแพงจัง.!

ผมเดาคำตอบนะ น่าจะเพราะ ZX-6R ผลิตนอกประเทศไทย(ผมเข้าใจว่าผลิตในญีปุ่น), ส่วน ER6 กับ Ninja250r สองคันนี้ประกอบที่ระยอง จึงเป็นรถผลิตในประเทศจึงขายสองรุ่นนี้ตามระดับราคามาตรฐานดังกล่าว ซึ่งพวก ZX6/10R มันคงเป็นรถนำเข้า โดนภาษีนำเข้ามันเลยแพง... ยังมีข้อตกลง เจเท็บปา ด้วย รถ ninja250r เป็นรถไม่เกิน 250cc ซึ่งผมเข้าใจว่าจะปลอดภาษี(แต่ยังโดนสัมพาสามิตอยู่) ส่วน ER6 มันเป็น 650cc ซึ่งซีซีเกิน250 มันจึงโดนภาษี แต่คงโดนภาษีในอัตราพิเศษหน่อยเพราะเป็นรถญีปุ่น


อีกทั้งเรื่องอะไหล่นั้นER6ใช้ของถูกว่าZX-6Rเยอะ  อย่างโช๊คคู่หน้าของ ZX-6R ผมคาดว่าราคาอะไหล่โรงงาน อย่างน้อยๆไม่น่าต่ำกว่า ข้างล่ะ 3 หมื่น (แต่ถ้าไปหาซื้อเองตามร้านอะไหล่อิสระ ปกจุบันเฉพาะชุดหน้าเกินแสนแน่นอน) ส่วน ER6 ใช้เทเลโคบิดผมว่าแพงหน่อยคงข้างล่ะหมื่นหน่อยๆ, ชุดสวิงอามหลังของ ZX6 เป็นอัลลอยหล่อขึ้นรูปโมโนคล๊อก แต่ของ ER6 เป็นท่อเหลียมใช้วิธีเชื่อมเอา สวิงอามหลังของ ZX6 แพงกว่า 2-3 เท่าตัวเป็นอย่างน้อยล่ะมั๊ง, เฟรม ER6 เป็นท่อกลมเชื่อม ส่วนZX6พี่แก่เป็นโมโนคล๊อกตามเคย, เครื่องยนต์ 2สูบ กับ 4สูบ แถม ZX6 เป็น4สูบทำเกรดเที่ยบเคียงรถแข่ง แพงกว่ากันเกินเท่าตัวแน่นอน ยิ่งรวมพวกชุดจุดระเบิด/อิเล็กทรอนิกส์/ชุดเกียร์/ชุดคลัท ซึ่งZX6 ใช้เกรดเทียบได้กับรถแข่ง มันก็จะแพงขึ้นไปอีก... ส่วนตัวผมคิดว่า ZX-6R มันไม่ได้ใช้ชิ้นส่วนระดับรถแข่งแท้ทุกชิ้น เพราะอะไหล่รถแข่งกับอะไหล่รถถนนมันแตกต่างกัน อะไหล่รถถนนต้องการความทนทาน แต่อะไหล่รถแข่งที่ดีมีคอนเซ็ปว่า "ต้องมีประสิทธิภาพสูงที่สุด จนเมื่อแข่งเสร็จอะไหล่ควรพังทันที" เพราะถ้าไม่พังแสดงว่าอะไหล่ยังไม่มีประสิทธิภาพสูงสุด อาจแข็งแรงเกินไปก็จะต้องลดขนาดลงให้น้ำหนักเบา แข็งแรงเกินเหตุนั้นไม่จำเป็น เพราะเมื่อแข่งขันสนามหน้าก็เปลี่ยนอะไหล่ใหม่หมด อะไหล่รถแข่ง(รวมทั้งน้ำมันหล่อลื่นด้วย)เขานับอายุการใช้งานกันเป็นจำนวนชัวโมงนะครับ ส่วนอะไหล่รถบ้านนั้นนับอายุใช้งานเป็นระยะกิโลเมตร

เรื่องอะไหล่ของ ZX-6/10R ผมยังกลัวๆนะ ว่าพระรามเก่าจะไม่สำรองอะไหล่บางชิ้น ผมมีความเชื่อว่าอะไหล่แท้โรงงานจะขายถูกกว่าอะไหล์ใหม่ที่ร้านมอไซค์บิกไบคนำเข้ามาเป็นเท่าตัว อย่าง Hayabusa หาอะไหล่ใหม่โซ๊คหน้าโรงงานไม่ได้นะครับ หาได้แต่โช๊คเก่ามือสองรวมราคา6-7หมื่นเป็นอย่างต่ำ ถ้าเป็นโซ๊คของรุ่นปีใหม่ๆก็แพงขึ้นไปอีก หรือถ้ารวยหน่อยจะเอาโช๊คแต่งของ onlins คู่นึงเริ่มต้นที่สองแสนขึ้นไป

ย้อนกลับมาที่เรื่องราคา ดูจากอดีตที่ผ่านมา สมัยตอนก่อนจะเอาวัลแคน900มาขาย คนที่ศูนย์พระราม9 ก็บอกว่าจะขาย4แสน6...พอเอามาขายจริง ก็ 4แสน6 ตรงกับที่ปากบอก อีกทั้งรุ่นอื่นอย่าง KLX110 KLX300 ราคาที่บอกก็ตรง ผมก็เลยคิดว่า ราคาที่ผมได้มา มันก็ควรตรงตามนี้ ...ถ้าจะไม่ตรง คือ ยกเลิกแผนไม่ขายในบางรุ่นไปเลย มากกว่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 24, 2008, 08:55:33 PM โดย Paiboon » บันทึกการเข้า

ชีวิตไร้มูลค่า  คุณค่าให้อื่น
วันค่ำไม่คืน  ยันยืนเพียง"ธรรม"

ชีวิตสั้นนิด หยุดคิดรูปกรรม
บุญดีรีบทำ ไม่พ้นธรรมเกวียน

กลอนสี่ ไพบูลย์ แต่ง - สาธุ สาธุ สาธุ....
Paiboon Dokmai
Ninja User Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1474



อีเมล์
« ตอบ #13 เมื่อ: เมษายน 25, 2008, 02:52:53 AM »

ขอบคุณมากครับ ดีใจมากครับ ที่ได้ข้อมูลที่คุณไพบูลย์กลั่นประกอบกับความเห็นส่วนตัว ได้รู้รายละเอียดลึกและกว้างมากครับ ทำให้ผมพิจารณาปัจจัยส่วนตัวผมอีกด้าน คือ บ้านผมอยู่แถวย่านบางกระปิ ต้องอาศัย ถ.ลาดพร้าว ถ.รัชดา ทุกวัน ในหน้าฝนอาจจะมีปัญหากับ ER-6N ผมเป็นห่วงอีกอย่างคือ จุดศูนย์ถ่วงของ ER-6N น่าจะด้อยกว่า Ninja250 ทางโค้งฉกาจ เรื่องการแซงผ่านรถขนาดใหญ่ หรือรถบรรทุก ด้วยความเร็ว เนื่องจาก ท่านั่งขับ จะหมอบน้อยกว่า Ninja250 การใช้งานในเมือง ความสูงของมือจับคันเร่ง และกระจกมองหลัง จะเป็นอุปสรรค ในการวิ่งเลนพิเศษหรือไม่ (หมายถึงวิ่งบนเส้นแบ่งเลนบนถนน)


ผมกลับว่าในเมือง ER6 น่าขี่ง่ายกว่านะ เรื่องเร่งแซงน่าดีกว่า ninja250r เพราะพี่แก70กว่าแรงม้า... ส่วนเรื่องทรงตัวเข้าโคงแรงๆ อันนี้ก็น่าจะพอๆกัน เกาะถนนพอๆกัน แต่ท่าขับขี่ของ Ninja250R น่าจะให้ความรู้สึกเข้าโค้งความเร็วสูงด้วยท่าทางที่ต่อเนื่องเป็นธรรมชาติกว่า ส่วนER6คงคล้ายๆCB400ทุกครั้งที่เข้าโค้งความเร็วสูง เราต้องคอยเตือนสติตัวเองให้โน้มตัวเข้าโค้ง ถ้าลืมโน้มตัวโค้งจะกลายเป็นยากขึ้นทันที

เรื่องวิ่งช่องทางพิเศษ 555 เออ... เมื่อขับรถใหญ่มันไม่เหมือนรถเล็ก(รถผู้หญิง) สามารถขับได้ทับเส้นปะได้ แต่เราต้องใช้จังหวะมากกว่า เพราะถ้าขับช้าๆเราจะอุยอาย การจะย้ายฝังจากซอกขวามาซอกซ้าย มันทำได้ช้ากว่าและกินระยะทางมากกว่ารถเล็กเป็นเท่าตัว เราใช้เท้าค้ำพื้นเวลาเอียงรถก็ไม่ถนัด ถ้ารถติดแล้วเราอยู่คาซอกเราจะหักเลี้ยว90องศาแบบ Honda wave ก็ทำไม่ได้ เวลาขบวนรถกำลังจะหยุดเราต้องหาทางเข้ามาอยู่ในกลางช่องจารจร หรืออยู่ในซอกที่สบายๆให้มันดูสมาทๆหน่อย และต้องระวังอย่าไปเกะกะรถเล็กให้เสียเชิงรถใหญ่... ส่วนเวลารถเคลื่อนตัวช้าๆ เราขี่รถใหญ่ก็ต้องระวัง เพราะดัวยอัตราเร่งและเสียงเครื่องที่เหนือกว่า บางที่เราจะเผลอพุ่งไปจี้ท้ายรถเล็ก หรือไม่ก็พุ่งไปโฉบข้างรถเล็ก ซึ่งบางที่มันเป็นการทำลายจังหวะรถเล็ก รถเล็กเขาจะดูว่าเราขับไม่มีมารยาท...

ถ้าหาจังหวะดีๆได้แล้ว รถใหญ่ก็คล่องได้ จะขี่สบายกว่าด้วย เพราะกำลังเครื่องยนต์มากกว่า สามารถใช้เกียร์ได้ง่ายกว่า ไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์ตีนเป็นระวิงแบบรถเล็ก, เบรกเราก็ดีกว่า เบรกนุ่มเบรกดีไม่มีสบัดเพราะเราหนักและฐานล้อยาวกว่า, สมดุลรถก็ดีกว่าเวลารถลื่นไหล เราจะคล่องตัวกว่า...

ขี่รถใหญ่สามารถลดภาวะสมองเสื่อมใหญ่นะ เพราะขี่รถใหญ่เปลืองสมองกว่า...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 25, 2008, 02:59:19 AM โดย Paiboon » บันทึกการเข้า

ชีวิตไร้มูลค่า  คุณค่าให้อื่น
วันค่ำไม่คืน  ยันยืนเพียง"ธรรม"

ชีวิตสั้นนิด หยุดคิดรูปกรรม
บุญดีรีบทำ ไม่พ้นธรรมเกวียน

กลอนสี่ ไพบูลย์ แต่ง - สาธุ สาธุ สาธุ....
EmergencyRoom6Nurse
Ninja User
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 101


คาถาสันติสุข : สวัสดีครับ ไม่เป็นไรครับ ขอโทษครับ.


« ตอบ #14 เมื่อ: เมษายน 25, 2008, 09:21:54 AM »


ขอบคุณ คุณไพบูลย์ อย่างมาก ทำให้ผมมั่นใจ ในจุดมุ่งหมายของตัวเองมากขึ้น จากความมีเหตุมีผลของราคา ใจผมก็ยังคงรัก Ninja 250R แต่แว่บหนึ่งของ ER-6N ก็ทำให้เบี่ยงเบนไปได้ (ผู้ชายเราก็อย่างนี้แหละครับ) ผมไม่ค่อยมีความรู้ทางค่าย Kawasaki มาก่อนเลย สวามิภักดิ์กับค่ายปีกนกมานานเกือบ 20 ปี ก็เรื่องศูนย์บริการที่มีมากมายของค่ายปีกนก ผมเคยใช้ NSR 150R และ RR ปัจจุบันผมใช้แฟนท่อมก็มั่นใจและสบายใจเรื่องศูนย์บริการที่มีใกล้บ้าน มาชั่งน้ำหนักว่า ศูนย์คาวาซากิ พระราม 9 น่าจะซัพพอร์ตการให้บริการรถ BigBike เหล่านี้ไหวหรือไม่ หรืออาจมีศูนย์บริการของคาวาซากิ BigBike ในพื้นที่อื่น ๆ ให้บริการเพิ่มเติมขึ้น หรืออาจยกระดับการให้บริการของศูนย์คาวาซากิเดิมให้บริการครอบคลุมถึง BigBike โดยส่วนตัวผม สามารถเข้าใช้บริการศูนย์คาวาซากิ พระราม 9 ได้ แต่เกรงถึงความคับคั่งที่จะเกิด เพระพูดได้ว่า Kawasaki Ninja 250R ร้อนแรงมาก ๆ รวมถึงรุ่นอื่น ๆ ก็คงไม่ใช่น้อย ซึ่งนี่อาจจะรวมถึง เพื่อน ๆ ที่มีรถ Invoice จะตัดสินใจมาร่วมเนื่องจากตัดความรำคาน และเพื่อน ๆ ที่รำคานกับบริษัทใหญ่แต่เน้นขายรถเล็ก ผลัดวันประกันพรุ่ง ผายลมให้คนที่ยังคงภักดีในแบรนด์ฟังมาเป็นปี ๆ ผมว่า ปลายปีนี้ ถนนกรุงเทพ น่าจะเป็นสีเขียว หลากเฉด และส่งผลอย่างที่ผมบอกคือ ศูนย์บริการที่ถนนพระราม 9 คับคั่ง ธุรกิจนำเข้า อุปกรณ์ตบแต่งต่อเนื่องของนินจาผุดขึ้น เนื่องจากความร้อนแรงของ Ninja 250R แต่ละคันต้องแต่งเพื่อให้แตกต่างจากคันอื่น ๆ  สินค้ารุ่นแรก ๆ จะมีราคาสูงมาก และยังคงมีน้อย เนื่องจากคนยังรู้ว่า จะต้องแต่งอะไรแบบไหน ผ่านไปอีกปีสองปี จะมีสินค้าตบแต่งหลากหลาย มากสไตล์ (แบบรถพวก แฟนท่อม บอส มีของแต่งแบบอเมริกันคัสตอม ...) แบบของแต่ง Ninja 250R เป็น ZX-6/10R เช่น พวกเกจจ์ โคมไฟหน้า Tube Tood (ท่อออกตูด) หรือแฟริ่งปลอมตัว Ninja 250R เป็นรุ่นอื่น เช่น Ducati (อิอิ อันนี้จินตนาการเล่น) ชุดสี สติกเกอร์ โช๊ค ท่อ เกจจ์ (ตื่น ๆ ๆ ๆ ...)
บันทึกการเข้า

เพียงเธอหลับตาเท่านั้น ฉันจะกลายเป็นเทพบุตรในใจเธอทันใด แล้วฉันจะหลับตาเพื่อให้เห็นเธอเป็นนางฟ้า แต่แล้วก็ต้องตื่นโดยพลันเพราะคนตรงหน้าฉันไม่เปลี่ยนไป (เฮ้อ! มีที่ไหนจะหลบมันได้มั่งว๊อย หลอนทั้งหลับและตื่น)
หน้า: [1] 2 3 ... 10
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.10 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!